เครื่องอบผ้า...ตัวช่วยในทุกฤดู

การที่ต้องซักผ้าในหน้าฝนนั้น อาจทำให้ใครหลายๆ คน ต้องเอือมระอากันไปตามๆ กัน เนื่องจากไม่เฉพาะแต่จักเป็นเหตุให้เสื้อผ้าไม่แห้งแล้วนั้น ยังอาจจะทำให้เสื้อผ้าเกิดกลิ่นเน่าเหม็นอับชื้นได้ ทำให้ตลอดทั้งวันของท่านนั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจอย่างแน่แท้ เพราะฉะนั้นการที่จักมีเครื่องอบผ้าสักเครื่องก็คงจะเป็นผลดี เพราะจะช่วยให้ชีวิตของท่านง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องง้อแสงแดด และไม่ต้องหวั่นฟ้าฝน ยิ่งกว่านั้นชีวิตชาวกรุงเป็นชีวิตที่ค่อนข้างเร่งด่วน การมีเครื่องอบผ้าไว้ใช้งานนั้นก็จักช่วยให้คุณประหยัดเวลา คุ้มค่า พร้อมด้วยช่วยถนอมเครื่องนุ่งห่มให้กับท่านได้เช่นกัน

แต่การจะมีเครื่องอบผ้าสักเครื่องควรต้องนึกถึงปัจจัยหลายอย่าง พร้อมด้วย เพื่อที่จะให้เกิดความคุ้มค่าที่สุดต่อการใช้งานในระยะยาว โดยวันนี้กระผมก็จักมาบอกให้ทราบเคล็ดลับในการเลือกซื้อเครื่องอบผ้ากันว่ามีมาตรฐานในการเลือกซื้อยังไง อีกทั้งรวมถึงจักมาชี้แนะเครื่องอบผ้าที่น่าศึกษา บอกเลยว่าคุ้มกับเงินที่จ่ายไปอย่างแน่นอน

อันดับแรกที่ควรจะพิจารณาถึงคือขนาดที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกภายในบ้าน รวมไปถึงความถี่ในการใช้งาน ซึ่งท่านเองอาจเลือกเครื่องอบผ้าให้มีความจุเท่าๆ กันกับความจุของเครื่องซักผ้าที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันได้ พอให้ทำความสะอาดได้อย่างต่อเนื่องนั่นเอง โดยส่วนใหญ่แล้วที่นิยมใช้งานกันนั้น มักจะมีขนาดตั้งแต่ 6- 10 กิโลกรัม ซึ่งก็จักผิดแผกแตกต่างกันออกไปโดยขึ้นกับปริมาณผ้า สัดส่วนตัวเครื่องอบผ้า กำลังไฟที่ใช้ รวมถึงมูลค่าของเครื่องอบผ้าพร้อมด้วย

ถัดมาพึงเลือกเครื่องอบผ้าที่มีระบบที่เข้ากับที่ตั้ง เนื่องด้วยถ้าหากมีพื้นที่มากมาย ก็จักเป็นเหตุให้มีทำเลที่ตั้งในการวางค่อนข้างมากมาย การเลือกใช้ประเภทระบบลมร้อนจึงเป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากใช้กลยุทธ์ทำให้เสื้อผ้าแห้งด้วยการเป่าลมร้อนโดยตรง และถ่ายเทออกไปทางเดินท่อ ยิ่งกว่านั้นยังใช้ระยะเวลาในการอบผ้าที่น้อยกว่า พร้อมกับได้ผ้าที่แห้งสนิทได้มากกว่า ยิ่งไปกว่านี้ยังมีสนนราคาที่ไม่สูงจนเกินควรอีกด้วย แม้กระนั้นหากมีที่ตั้งค่อนข้างจะแคบ แนะนำให้เลือกใช้เครื่องอบผ้าระบบควบแน่นแทนที่ แต่ทว่าอาจมีราคาที่แพงกว่าแบบระบบลมร้อน แต่ทว่าในเรื่องของบริเวณการใช้งาน พร้อมกับความง่ายดายในการติดตั้งนั้นแบบระบบควบแน่น จักติดตั้งได้สะดวก อีกทั้งใช้บริเวณน้อยกว่า ซึ่งการทำงานนั้นคือการทำให้ความชุ่มชื้นในเนื้อผ้าเปลี่ยนเป็นน้ำ และส่งไปอยู่ในทางที่สามารถนำออกมาเททิ้งได้ โดยอาจทำให้ผ้ามีความชุ่มชื้นคงเหลือ ดังนั้นอาจจะจำเป็นจะต้องนำไปพึ่งลมให้แห้งต่ออีกหน่อย

ต่อมาควรเลือกเครื่องอบผ้าที่มีฟังก์ชันเพิ่มเติม เพื่อจะเป็นการเพิ่มเติมความสะดวกสบายให้กับท่าน อย่างเช่นเรื่องของระบบการตั้งนาฬิกา การปรับระดับความร้อน อีกทั้งโปรแกรมสำหรับอบเนื้อผ้าชนิดอื่นๆ ที่ต้องครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการอบผ้านวม หรือเครื่องแต่งกายที่มีเส้นใยที่ต้องการการรักษาเป็นพิเศษ ยิ่งกว่านั้นฟังก์ชันในการจดจำโปรแกรมที่ใช้เป็นประจำ ซึ่งจะทำให้ท่านสามารถใช้งานเครื่องอบผ้าได้อย่างสะดวกเพิ่มขึ้นนั่นเอง

สุดท้ายควรจะเลือกให้ใกล้เคียงกับงบประมาณของท่านที่หมายไว้ไว้ เพราะนับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักก่อนที่จะตัดสินใจ และเครื่องอบผ้าเครื่องนั้นจำต้องมีศักยภาพ คุ้มค่า คุ้มราคา ต่อการใช้งาน ซึ่งการตั้งงบประมาณขึ้นมานั้น ทำให้คุณสามารถชี้เฉพาะคุณสมบัติของเครื่องอบผ้าที่อยู่ในใจได้ โดยควรพิจารณาถึง ระบบการทำงานของเครื่องอบผ้า ฟังก์ชันเพิ่มเติมที่สำคัญของเครื่องอบผ้า พร้อมกับเหตุจำเป็นมากที่สุดก่อน จึงจักค่อยเริ่มต้นเทียบเคียงสนนราคาของแต่ละแบรนด์ และถ้าได้คำตอบแล้ว ก็อาจตกลงใจจ่ายเงินได้เลย

และเครื่องอบผ้าที่จะแนะแนวคือ เครื่องอบผ้าฝาหน้า SAMSUNG DV90H8000HW เครื่องอบผ้า มูลค่าออกจะแพง แต่กระนั้นการทำงานนั้นถือได้ว่าคุ้มมากเพราะด้วยเทคโนโลยี Heatpump พร้อมด้วยสมรรถนะการใช้พลังงานระดับ A ซึ่งเครื่องอบผ้ารุ่นนี้ใช้สารทำความเย็นแทนการใช้กระแสไฟเพื่ออากาศด้านในเครื่องร้อนขึ้น จึงใช้พลังงานน้อยกว่าเครื่องอบผ้าแบบควบแน่นทั่วไปอย่างชัดแจ้ง ยิ่งกว่านั้นยังเปลี่ยนแปลงสมรรถนะโดยรวมด้วยการรีไซเคิลสภาพอากาศเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองพลังงานด้วย มาพร้อมความจุขนาดใหญ่ที่สามารถอบผ้าได้มากถึง 9 กิโลกรัมในครั้งเดียว จึงช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะอีกทั้งยังมีระบบแจ้งเตือน Filter Clean Alarm ครั้นเมื่อได้เวลาที่ต้องชะล้างแผ่นกรอง

และนี่คือทั้งหมดทั้งมวลที่ได้นำมาฝากกันไว้ในวันนี้ หากว่าคุณกำลังหาเครื่องอบผ้าสักเครื่องนึงอยู่ละก็ อย่าลืมหยิบยกกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ไปตริตรองในการเลือกซื้อกันนะคะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อนจ้า

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เครื่องอบผ้า ยี่ห้อไหนดี

Comments