ถ้าท่านกำลังจักเริ่มกิจการภัตตาคาร ร้านขายของชำ หรือร้านรวงอะไรก็ตามแต่ ที่จำเป็นจะต้องใช้ตู้แช่เย็นละก็ คุณมิควรจะพลาดพลั้งบทความนี้เป็นอันขาด เนื่องจากว่าวันนี้เราจะมาแนะนำตู้แช่เย็นในลักษณะต่างๆ โดยจะแยกประเภทตู้แช่เย็นตามวัตถุดิบ หรือว่าสิ่งของที่ต้องการจักแช่นั่นเอง ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าวัตถุดิบ หรือสิ่งของที่ต้องการจะแช่นั้น ต่างต้องการอุณหภูมิที่ต่างกัน เพื่อที่จะเป็นการเก็บรักษาอาหารให้คงคุณประโยชน์อยู่เสมอ เช่นนั้น ไปดูกันว่าตู้แช่เย็นที่ใช้แช่วัตถุดิบต่างๆ นั้น จักต้องใช้อุณหภูมิเท่าไร รวมถึงการใช้งาน และการบำรุงรักษาตู้แช่เย็น มีมาตรฐานเช่นไรบ้าง ติดตามกันได้เลย
ดังที่รู้กันอยู่แล้วว่า การเปิดร้านอาหาร เครื่องดื่ม หรือการทำงานหน้าที่ที่เกี่ยวการทำครัว จะควรรับทราบถึงวิธีการเก็บรักษาเอาไว้ เพื่อให้อาหารการกินนั้นยังคงคุณประโยชน์ทางอาหารอยู่ด้วย โดยการเก็บรักษาด้วยความเย็น ก็เป็นวิธีเก็บรักษาของกินได้อย่างนานเลยเชียว อย่างไรก็ดีต้องขึ้นกับอุณหภูมิที่เลือกใช้ด้วย โดยให้เลือกใช้อุณหภูมิ กับวัตถุดิบ หมายรวมเครื่องดื่มดังนี้
- เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ โดยเนื้อสัตว์เป็นอาหารการกินที่เน่าได้เร็วไว เนื่องมาจากประเทศไทยเป็นประเทศร้อน เป็นเหตุให้เกิดการขยายตัวของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเน่าเหม็น ดังนั้นคุณพึงจะถนอมเนื้อสัตว์ไว้ในช่องแช่แข็ง ที่ให้อุณหภูมิโดยประมาณ 0-2 องศาเซลเซียส หรือว่าจะใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่มีฝาปิดอย่างมิดชิด และแช่ไว้ในช่องแช่แข็ง ที่ให้อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศา ก็จักช่วยให้การเก็บอาหารประเภทนี้ได้ยาวนานขึ้น ซึ่งตู้แช่เย็นที่เข้ากับการแช่เนื้อสัตว์ก็คือ ตู้แช่แข็ง, ตู้แช่สแตนเลส ตู้แช่สเตนเลสแบบตั้งใต้เคาน์เตอร์ และตู้แช่แบบเปิดหน้าในบางรุ่นที่ให้อุณหภูมิ -22 ถึง -20°c
- นม พร้อมด้วยผลผลิตจากนม เหมาะสมที่จักถนอมไว้ที่อุณหภูมิราวๆ 5 องศา และที่อุณหภูมิประมาณ 5 องศา ยิ่งกว่านั้นยังเหมาะกับการเก็บอาหารการกินทุกแบบ ที่มีข้อเสนอแนะให้ถนอมไว้ในที่เย็นภายหลังจากเปิดใช้แล้วด้วย ซึ่งตู้แช่เย็นที่เหมาะสมคือ ตู้แช่เครื่องดื่ม และตู้แช่แบบเปิดหน้า
- ผักสด และผลไม้ ควรจะเก็บรักษาที่อุณหภูมิประมาณ 10 องศา ไม่ควรแช่ผัก ผลไม้ไว้ในช่องที่มีอุณหภูมิลดลงกว่านี้ เพราะว่าจักเป็นเหตุให้วิตามินและแร่ธาตุถูกทำลายได้ ผลไม้บางพวกก็ไม่เหมาะจักแช่เย็น อาทิเช่น กล้วยหอม และส้ม ทั้งนี้เพราะความเย็นจะทำให้เนื้อระบมและรสชาติไม่อร่อย ซึ่งตู้แช่เย็นที่เหมาะสมคือตู้แช่สแตนเลส และตู้แช่สเตนเลสแบบตั้งใต้เคาน์เตอร์ ที่สามารถปรับอุณหภูมิได้
- เครื่องดื่ม เหมาะสำหรับการเก็บที่อุณหภูมิประมาณ 10-15 องศา โดยแน่นอนว่าตู้แช่เย็นที่เหมาะสมนั่นก็คือ ตู้แช่เครื่องดื่ม
นอกจากที่ได้พูดไปแล้วนั้น ก็ยังมีตู้แช่เย็นแบบเฉพาะเจาะจงด้วย ตัวอย่างเช่น ตู้แช่ไวน์ ที่จะมีระบบทำความเย็น Direct Cool ลดการสั่นด้านในตู้ ช่วยเก็บรสของไวน์ ที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ 5 - 16°c หรือว่าจะเป็นตู้โชว์เค้ก ที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ 5 - 16°c เป็นอาทิ โดยตู้แช่เย็นแต่ละลักษณะ ก็จักมีมูลค่าที่ต่างกันออกไป อย่างไรเสีย ก็ควรจะเลือกให้เหมาะสำหรับการใช้งาน หรือธุรกิจที่คุณกำลังดำเนินงานอยู่ด้วยแล้วกันครับ
และถัดมาที่จักจำเป็นต้องพิจารณาถึงก็คือ การใช้งานและรักษา ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือว่าผู้ใช้ตู้แช่เย็นควรจะรู้ถึงข้อควรปฏิบัติต่อตู้แช่เย็นดังนี้
- การจัดทำเลที่ตั้งติดตั้งตู้แช่เย็น ควรจัดวางตู้แช่เย็นในที่ตั้งที่มีอากาศระบายได้สะดวก ให้แผงถ่ายเทความร้อนข้างหลังตู้แช่เย็นอยู่ห่างข้างฝาราว 6 นิ้วเป็นอย่างต่ำ เพื่อการระบายภูมิอากาศดี
- เตรียมกระแสไฟ พร้อมกับกำลังไฟฟ้าให้ ปลั๊กไฟฟ้าควรอยู่สูงไม่ต่ำกว่าระดับ 1.25 เมตร และปลั๊กควรจะต้านกระแสไฟได้ไม่ต่ำกว่า 250-300 วัตต์
- ตรวจดูฝาตู้แช่เย็นปิดสนิทหรือเปล่า เพราะถ้าหากไม่ติดแน่น อาจเป็นตัวการที่ทำให้เสียกระแสไฟได้
- ตรวจทานแผงถ่ายความร้อน จะจำเป็นต้องชำระล้างอยู่สม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้เปรอะเปื้อนหรือฝุ่นจับจนหนา ก็เพราะว่าจักทำให้เสียกระแสไฟฟ้า ยิ่งกว่านั้นเป็นการปิดกั้นการถ่ายเทด้วยเหมือนกัน
- มิต้องแช่ของเยอะจนเกินไป เพราะว่าจักเป็นเหตุให้ความเย็นด้านในถ่ายเทไม่ราบรื่น ของที่แช่ก็จักเย็นไม่ทั่วถึง โดยจักทำให้เครื่องทำหน้าที่ทุกเมื่อ และก็ให้เกิดความสิ้นเปลืองกระแสไฟ
- ปรับลดหรือว่าเพิ่มอุณหภูมิของตู้เย็นให้เหมาะกับอาหารการกินที่แช่ไว้
- อย่าปล่อยให้น้ำแข็งจับที่ช่องแช่แข็งจนหนา ควรจะหมั่นละลายน้ำแข็งสม่ำเสมอ
- อย่าปิด-เปิดตู้เย็นบ่อยครั้งจนเกินควร การเปิดตู้เย็นครั้งหนึ่งความเย็นภายในตู้จักกระจายออกมา อากาศร้อนภายนอกจักเข้าแทน ทำให้เครื่องต้องทำหน้าที่เยอะขึ้น ครั้นเมื่อเปิดแล้วต้องรีบปิด
- ปรับระดับให้พอเหมาะ เวลาตั้งตู้เย็นให้ปรับระดับด้านหน้าของตู้เย็นสูงกว่าส่วนหลังนิดหน่อย เพื่อเวลาเปิดน้ำหนักของประตูตู้เย็นจะถ่วงน้ำหนักให้ประตูปิดเข้าไปเอง
- ของร้อนต้องรอท่าให้เย็นก่อนหยิบยกเข้าตู้ ถ้าหากหยิบยกของร้อนๆ ไปแช่ตู้เย็น จะเป็นเหตุให้ตู้เย็นต้องทำหน้าที่เยอะเนื่องมาจากต้องลดอุณหภูมิลงให้เย็น ยิ่งร้อนจี๋ยิ่งต้องทำงานหนัก
- ควรเชื่อมต่อสายไฟจากตู้ (ข้างล่างของตู้ที่เป็นโลหะ) ให้ลงดินไว้เสมอเพื่อความปลอดภัย
Comments
Post a Comment