จุดแรกเริ่มแห่งชัยชนะของ Mitsubishi

บริษัทจากประเทศญี่ปุ่นที่ชินหูชาวไทยต้องมีชื่อ Mitsubishi(มิตซูบิชิ) อยู่ด้วยแน่ ๆ เนื่องมาจากมีสินค้าเพียบหลายประเภท ทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ไปจนกระทั่งยานยนต์ ถือเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีไลน์สินค้าเยอะที่สุดบริษัทหนึ่งและอยู่คู่กับลูกค้าคนไทยมานานมาก เราไปทำความรู้จักแบรนด์สินค้านี้กันให้มากเพิ่มขึ้นดีกว่า


Mitsubishi เป็นเครือบริษัทระหว่างประเทศของแดนอาทิตย์อุทัย เปิดตัวครั้งแรกในปี 1870 โดย Yataro Iwasaki (ยะตะโร อิวะซะกิ) ในฐานะบริษัทขนส่งสินค้าYataro Iwasaki เป็นชาวเมืองโคจิ โดยตั้งอยู่บนเกาะชิโกกุ ที่เป็นฐานอำนาจวาสนาของตระกูล Tosa ผู้ทรงอิทธิพล เขาเคยทำงานให้กับวงศ์สกุลแห่งนี้ และสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างโดดเด่นในการจัดการหน่วยงานการค้าของสกุล Tosa ณเมืองโอซาก้า ในปี 1870 เขาได้ก่อตั้งบริษัทขนส่งสินค้า Tsukumo Shokai ของตนเอง โดยขอเช่าเรือกลไฟสามลำจากครอบครัว Tosa และนั่นเป็นต้นกำเนิดของ Mitsubishi


ชื่อ Mitsubishi เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “ Three Diamonds” ในภาษาอังกฤษ หรือ “เพชรสามเม็ด” ในภาษาไทย เครื่องหมายของมิตซูบิชิ จึงให้ความหมายถูกต้องกับชื่อทุกประการ เหตุเพราะเป็นรูปเพชรสีแดงสามเม็ดวางเรียงกันเป็นรูปใบไม้สามแฉก Mitsubishi ใช้เครื่องหมายนี้มาตั้งแต่ปี 1908 ซึ่งดัดแปลงมาจากตราประจำครอบครัวของYataro Iwasaki เอง

สืบมาธุรกิจการค้าของ Mitsubishi ขยายวงฉับพลันแตกสาขาสำนักงานไปเป็นการผลิตและการพาณิชย์ในหลากหลายแบบ มีการตั้งบริษัทในเครือขึ้นหลายบริษัท และมีการผลิตรถยนต์ 4 ล้อออกจัดจำหน่ายเป็นปฐมฤกษ์ในปี 1917 มีชื่อว่ารถมิซูบิชิโมเดล-เอ (Mitsubishi Model-A )

 

ในช่วงเวลาศึกสงครามโลกครั้งที่ 2  Mitsubishi เป็นผู้สร้างแท้งค์ เรือรบ และเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธประเภทต่าง ๆ ให้แก่กองทัพญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นเมื่อศึกสงครามเงียบสงบและทัพสัมพันธมิตรเข้าครอบครองญี่ปุ่น Mitsubishi จึงโดนบังคับให้แบ่งกิจการค้าออกเป็น 2 ส่วน คือ MitsubishiShipbuilding and Engineer CO;LTD.(มิตซูบิชิ ชิพบิลดิง แอนด์ เอนจิเนีย) และMitsubishi Heavy Industries LTD.(มิตซูบิชิ นิปปอน เฮฟวี่ อินดัสตรัส์)


ถึงอย่างไร 12 ปีสืบมาคือในปี 1964 ทั้ง 2 บริษัทก็รวมกลุ่มเป็นบริษัทเดียวกันอีกครั้งหนึ่งภายใต้ชื่อ Mitsubishi Heavy Industries LTD.โดยที่ผลิตภัณฑ์ที่ออกซื้อขายมีตั้งแต่ เบียร์ กล้องถ่ายรูป อากาศยาน คอมพิวเตอร์ ไปจนถึง รถขุดดิน เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ รถและเรือใบ มีฐานะเป็นบริษัทอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดในโลกรายหนึ่ง ในปี 1970 ธุรกิจผลิตรถยนต์ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก็ถูกแบ่งออกมาเป็นบริษัทต่างหากมีชื่อว่า Mitsubishi Motors Corporation (บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์พอเรชัน) และหนึ่งปีสืบมา มิตซูบิชิก็ตัดสินใจร่วมกับ Chrysler Corporation(ไครสเลอร์ คอร์พอเรชัน) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสหรัฐฯ


ผลลัพธ์จากความร่วมแรงร่วมใจดังกล่าวข้างต้นทำให้กิจการผลิตรถยนต์ของ Mitsubishi โตขึ้นอย่างเร็วสามารถขยายกำลังผลิตถึงระดับ 1 ล้านคันต่อปีได้เป็นครั้งแรกในปี 1979 ปัจจุบัน  Mitsubishi Motor Corporation เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 12 ของโลก รถยนต์ที่ผลิตออกขายมีตั้งแต่รถนั่ง รถสิบล้อ รถจีพขับ 4 ล้อ ไปจนถึง รถบัส รถเทรเลอร์ และรถที่ใช้ในการก่อสร้าง ในรอบปี 1990 ผลิตรถได้รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,335,000 คัน และทำยอดขายได้รวมทั้งสิ้นราวๆ 434,000 ล้าน

ทุกวันนี้ กิจการของ Mitsubishi ได้กว้างขวางไปหลากหลายเช่น สร้างเรือ, โทรคมนาคม, บริการทางการเงิน, ประกัน, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ยานยนต์, ก่อสร้าง, อากาศยาน, อวกาศยาน, อาวุธยุทธภัณฑ์, เครื่องดื่ม, เคมีภัณฑ์, น้ำมันรถ, เหล็ก, การบิน มีเจ้าหน้าที่ทั่วโลกทั้งสิ้นราว 350,000 คน


Mitsubishi ในบ้านเรา ได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มบริษัทใหญ่ ๆ คือ Mitsubishi Motors Thailand(บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จํากัด) และ Mitsubishi ElectricThailand (บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ประเทศไทย)


โดย Mitsubishi Motors Thailand ตั้งขึ้นในเมืองไทยในปี1961 เป็นฐานการผลิตระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท Mitsubishi Motors Corporation แดนซามูไร โดยมียอดรวมส่งออกในสัดส่วนกว่า 80% ของการผลิตทั้งหมดที่มี มีกำลังการผลิตรถยนต์ถึง 424,000 คันต่อปี โดยตลาดส่งออกที่สำคัญของ Mitsubishi Motors Thailand เป็นต้นว่า สหภาพยุโรป คิดเป็นสัดส่วน 28% กลุ่มแว่นแคว้นอาเซียนและทวีปเอเชีย 25% อเมริกา 21% โอเชียเนีย 12% และอื่นๆ 14%

ส่วน Mitsubishi Electric Thailand ตั้งขึ้นในเมืองไทยในปี 1964 ตอนนี้ผลิตและ จัดจำหน่ายสินค้ามากมายก่ายกองหลากหลายราคา }อาทิเช่น ระบบปรับอากาศ, อุปกรณ์ยานยนต์, ระบบอาคาร (ลิฟต์/บันไดเลื่อน คอมเพรสเซอร์, ระบบพลังงาน, ระบบอัตโนมัติในโรงงาน และ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในบ้าน เป็นต้น

Comments